“พอเถอะ” นุตะโกนออกมาอย่างเหลือทน ตอนนี้เธอไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป
“พอเสียที ออกไปได้แล้ว!! .. ฉันบอกว่าออกไปได้ยินไหม?”
ตุ๊งติ่ง ๆ .. เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น...เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตี๋พี่ชายของนุก็ต้องตกใจที่เห็นน้องสาวผลักผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งออกมาจากห้องจนผมเผ้าเป็นกระเซิง เขาถอยหลังกรูดเพื่อหลีกทางให้หญิงสาวชุดแดง แต่ตัวเขาก็ถูกนุฉุดมือให้เข้าไปในห้อง แล้วนุก็ปิดประตูดังปังก่อนที่จะยืนเหนื่อยหอบหน้าตาแดงก่ำ
“เอ้อ..” พี่ชายอ้าปาก
“อย่านะพี่นัฐ” นุปิดปากเขาไว้
“อย่าเพิ่งถาม ยังคิดไม่ออกว่าจะบอกยังไง”
“อ้าว” พี่ชายขมวดคิ้ว เมื่อคืนนุไม่กลับห้อง แถมไม่เปิดมือถือ เขาห่วงแทบตายแต่ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน
“เอ้อ...” เขาชี้ออกไปที่ประตู
คิดอะไรน่ะ” นุโมโหโทโส เตะลมต่อยแล้งหัวฟัดหัวเหวี่ยง แต่แล้วเธอก็รีบกุมคอเสื้อไว้ ใจเต้นแรงด้วยความพลุ่งพล่าน
นัฐกราดตามองสภาพห้องที่กระจุยกระจายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเหลือบมองน้องแล้วค่อยๆ นั่งลงบนเตียงยับๆ นุมองเขาแล้วกางมือกว้าง เธออยากอธิบายให้เข้าใจ แต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่ามันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดตอนนี้หรอกน่า
“เก็บห้องก่อนไหม” เขาอ้อมแอ้มถามพลางก้มลงเก็บหมอน และผ้าห่ม จากนั้นก็เก็บอะไรต่อมิอะไรที่ตกหล่นเละเทะอยู่ที่พื้น
นุไม่รู้จะทำอย่างไร รู้สึกจนใจและอ่อนล้าโรยแรง รู้สึกว่าแขนขามันเกะกะเก้งก้างไปหมด และที่สุด นุก็ก้มลงนั่งกลางห้อง มองพี่ชายเก็บข้าวของเข้าที่อย่างช้าๆ โดยไม่บ่นสักคำ
นุคิดถึงภาพวัยเด็กของตัวเองและพี่ สองพี่น้องเดินไปโรงเรียนด้วยกันเพียงครึ่งทาง อีกครึ่งทางที่เหลือ นุจะอยู่บนหลังแล้วชี้ชวนให้มองดูนก ดูก้อนเมฆ และมีหลายครั้งที่พี่ชายเดินสะดุดหกล้มเพราะเหม่อมองไปตามมือน้องจนไม่ได้มองทาง เมื่อหกล้มพี่จะดูน้องก่อน จะปลอบน้องก่อน ทั้งที่ตัวเองหัวเข่าถลอกเลือดไหล
นุก้มหน้าร้องไห้ หัวไหล่ของเธอสั่นคลอนน้ำตาร่วงตกลงบนหน้าตักเหมือนหยดน้ำที่รั่วออกจากท่อ นุกำลังคิดว่า ถ้าเธอตายพี่ชายจะอยู่อย่างไร
“นุ” พี่เรียกเบาๆ ก่อนวางไม้กวาดแล้วนั่งลงตรงหน้า นุไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา เพราะเธอร้องไห้น้ำตากลบหน้าไปหมด เธอไม่อยากให้พี่เห็นเธองอแง เธอไม่อยากอ่อนแอ ทั้งๆ ที่เธอกำลังอ่อนแออย่างเหลือเกินแล้วในตอนนี้
มือขาวๆ ของนัฐเอื้อมมาวางแปะไว้บนหัวน้อง ห้องทั้งห้องเงียบเชียบ และเหมือนกับว่าอุณหภูมิลดลงเพราะนุรู้สึกหนาวเยือกเข้าไปในหัวใจ ตอนนี้เธอคิดอย่างเดียวว่า ถ้าเธอตาย พี่ชายจะเสียใจสักเพียงไหน
“ขอโทษนะ” เธอเอ่ยแผ่วเบา
“ที่ทำให้พี่ห่วง”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก พี่ไม่ห่วงนุก็ไม่รู้จะห่วงใคร”
นุฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้ เธอปาดน้ำตาแล้วตอบไปว่า
“ก็ห่วงพี่ดาวไง”
“พี่ดาวเขาไม่มีอะไรให้ห่วงหรอก”
นุเงยหน้าขึ้น ฝืนยิ้มให้เขา
“แกจะบอกได้หรือยังว่ามันเกิดอะไรขี้น?” เขาพยักหน้าให้นุขยับปาก แต่แล้วก็ทำหน้ายุ่งยาก เธอจะบอกอะไรกับเขาล่ะ มันเหมือนน้ำท่วมปาก ยิ่งพูดมากไป ก็ยิ่งไม่ดีไม่งาม นอกจากนี้ ..
ตัวเธอเองก็ยังไม่แน่ใจ ว่าที่ปริวิตกไปนั้น ความจริงแล้ว มันเป็นอย่างไร เธอรู้แน่แต่เพียงว่า ผู้หญิงที่เธออุ้มมานอนที่ห้องเมื่อคืน ติดเชื้อ HIV และตัวเธอเองก็มีรอยห้อเลือดที่จุดที่คนเราซุกไซ้กันยามพิศวาส โอ๊ย คิดขึ้นมาทีไรก็อยากจะบ้า
“ช่างมันเถอะพี่นัฐ” นุปลงง่ายๆ ยกมือเสยผม แล้วยันตัวลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือขอไม้กวาดจากเขาไปกวาดห้องที่เลอะเทอะเละเทะ ยังกะแมวหมาฟัดกันสักฝูงสองฝูงในห้องนี้
สองพี่น้องช่วยกันเก็บกวาดห้องหับอย่างเงียบๆ นุอดลอบมองพี่ชายไม่ได้ มองแล้วใจเธอก็หมองเศร้าเพราะคิดอยู่แต่ว่า ถ้าเธอเป็นอะไรไป เนื่องจากไปยุ่งไปเกี่ยวเข้ากับสาวตะวันคนนั้นโดยที่เธอไม่รู้ตัวสักนิดพี่ชายคนนี้จะเสียใจสักเพียงไหน
เธอจำได้ดี ตอนที่เธออกหักครั้งแรกในชีวิต มีขวดเหล้าวางตั้งไว้ตรงหน้า พี่ของเธอมาถึงก็มานั่งแหมะ แล้วยกขวดเหล้ากรอกเข้าปากจนหมด นุได้แต่อ้าปากค้าง
นัฐวางขวดเปล่าคืนไว้บนโต๊ะ
“เอาความเจ็บปวดของแกมาให้พี่” เขาบอก
“พี่ไม่รู้ว่าแกพบเจออะไรมาบ้าง พี่อาจไม่เข้าใจในรายละเอียด แต่ถ้าพี่เจ็บปวดเสียใจแทนแกได้ พี่จะทำ”
“พี่นัฐ”นุอยากจะโผกอดด้วยความซาบซึ้ง แต่ก็โก่งคออ้วกเสียก่อน.. เฮ้อ ..
“อาบน้ำเสียหน่อยสิ เดี๋ยวพี่จะไปซื้ออะไรมาให้กิน” เขาบอกเมื่อห้องเรียบร้อยเหมือนเก่าแล้ว นุพยักหน้า
เธอยืนหงอยๆ มองพี่ชายเดินออกจากห้องไป ประตูเปิด แล้วก็ปิดลง ร่างยืนตรงของนุก็ห่อเหี่ยวเหมือนผักเฉา ความเครียดแล่นเป็นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย นุรับวิ่งเข้าห้องน้ำ ไปนั่งโก่งคอที่ชักโครก
“โอ้ก..” นุรู้สึกปวดมวนในท้องจนต้องงอตัวและกุมท้องไว้
“โอ้ก..” มันเหมือนเธอกำลังลงแดง อะไรๆ ในไส้ในพุง มันพร้อมใจกันพุ่งพรวดออกมาจากปากอย่างรุนแรง มันมีรสและกลิ่นที่ไม่เข้าท่าเอามากๆ แหวะ..
“โอ้ก..” นุขย้อนติดต่อกันสามสี่หน ปวดมวนในท้องและเหนื่อยแทบขาดใจ
“โอ๊ย เป็นอะไรกันวะ?” เธอบ่นพึมพำอย่างเคืองขุ่น
“จะตายก็ตายไปเสียเลย ไม่อยากจะอยู่แล้วเหมือนกันโว๊ย”นุบ่นไปอ้วกไป แล้วนอนงอกลิ้งอยู่กับพื้นห้องน้ำเธอคิดว่า คนลงแดงคงเป็นอย่างนี้ .. ใจมันจะขาด ทุกสิ่งทุกอย่างมันเละเทะบูดเปรี้ยวสกปรกโสโครก
ที่สุด นุก็ลงมานอนอยู่ในอ่างน้ำอุ่น นอนนิ่งๆ เพราะหมดแรงไปกับการอ้วกเมื่อครู่นี้ เสียงไขกุญแจห้องกุกกัก แว่วได้ยินเสียงร้องถามว่ายังอาบน้ำไม่เสร็จอีกเหรอ ทำให้เธอรู้ว่าเธออยู่ในห้องน้ำนี้นานมากแล้ว เดี่ยวก็ต้องล้างห้องน้ำอีกที เพราะกลิ่นที่คลุ้งอยู่มันไม่โสภาเอาซะเลยเฮ้อ
แล้วนี่ หากเธอติดเชื้อจากตะวันจริงๆ อะไรจะเป็นยังไงก็ไม่รู้นะนี่ คิดแล้วก็สะท้านใจลึกๆ จากนั้นก็ใจหายวูบวาบ ทีนี้เธอรู้แล้ว ว่าทำไมตะวันจึงออกอาการผีเข้าผีออกอย่างนั้น เธอจดจำดวงตาของตะวันได้ เหมือนเพิ่งจ้องมองมาเมื่อกี้นี้ มันเป็นดวงตาที่น่าสงสารที่สุด .. แต่.. นี่เธอยังสงสารผู้หญิงคนนั้นอีกหรือนี่?
“โจ๊กเห็ดหอม”พี่ชายที่แสนดีบอกเมื่อนุออกจากห้องน้ำ พอบอกนุก็ได้กลิ่นหอมๆ ของโจ๊กเลยเทียว
“หอมใช่ไหมล่ะ”นัฐถามพลางยิ้มเผล่ แต่เขาก็ยิ้มเก้อ เพราะนุวิ่งกลับไปโก่งคอโอ้กอ้ากในห้องน้ำอีกครั้ง
“เฮ้ย.. อย่างนี้ถ้าเป็นหนังไทยก็..”ชายหนุ่มพึมพำขมุบขมิบ
“เฮ้ยไอ้นุ.. แกคงไม่..”เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและหงุดหงิด เดินไปชะโงกดูอยู่ที่ประตู เห็นนุนั่งกอดโถส้วมอยู่อย่างอ่อนแรง
“เป็นไงบ้างอะ”เขาร้องถาม
“ไม่เป็นไรหรอก”นุตะโกนบอก
“อย่าเข้ามานะ เหม็นอ้วก”
“เออๆ .. “ เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูกอย่างประหลาดเมื่อนึกว่าบางที ที่น้องมีอาการทางอารมณ์และอาการทางกายแปลกๆ แบบนี้ เป็นเพราะ... ท้ อ ง
นุเดินออกจากห้องน้ำมา เห็นนัฐนั่งตาเหม่ออยู่บนโซฟา เธอเดินวนอยู่สองรอบ พี่ชายจึงช้อนตาขึ้นมองเธออย่างสงสัย
ตอนที่ 11
-
“พอเถอะ” นุตะโกนออกมาอย่างเหลือทน
ตอนนี้เธอไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป
“พอเสียที ออกไปได้แล้ว!! .. ฉันบอกว่าออกไปได้ยินไหม?”
ตุ๊งติ่ง ๆ .. เสียงกริ่...
4 weeks ago

0 comments:
Post a Comment